Friday, December 1, 2006

เปิดซิง

ที่จริงฉันเขียนบล๊อคที่อื่นอยู่...แต่มันไม่ค่อยได้สาระอะไรหรอก
และเหมือนกับฉันสร้างภาพอะไรซักอย่างอยู่
ฉันเลยอยากลบเลี่ยงเบี่ยงหนีจากที่นั้นๆ

ฉันขาดความเป็นตัวของตัวเอง...
ฉันสร้างภาพอยู่...


มันเหนื่อยน่ะ...


ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าฉันทำไปเพื่ออะไร


แต่พอได้อ่านบล็อคคุณbuiberryและคุณBact
ก็เลยเริ่มจะรู้ตัวแล้วว่า
ฉันมันก็แค่เป็นมนุษย์ขี้เหงา...
ที่ตกอยู่ใน "ภาวะความรู้สึกที่อยากมีใครอยู่ด้วย"
เหมือนกับที่คุณ Buiberry เล่าถึงหนังของหว่อง คาร์ ไว เรื่อง Chungking Express (1994)












ฉันคือ 223







.......
.
.
.
.
.
.


งาน...ฉันเริ่มงานที่ใหม่แล้ว
เริ่มเมื่อวานนี้เอง...ที่บางกอกโพสต์
บรรยากาศที่นั่นดีทีเดียว...ทำให้ฉันรู้สึกว่า คราวนี้ฉันคงต้องเอาจริงเสียที

หลังจากที่ฉันต้องเปลี่ยนงานมาถึง 5 ครั้ง(นับบางกอกโพสต์ด้วยนะ)ในระยะเวลาเพียง 8 เดือน

ที่ฉันเปลี่ยนงานบ่อยขนาดนี้ ก็เพราะมันมีปัจจัย

สาวน้อยที่เพิ่งออกมาจากรั้วมหาลัยต่างจังหวัด...กับการผจญชีวิตในเมืองที่ใครหลายคนบอกว่ามันศิวิไลท์
ในเดือนแรกที่ต้องมาใช้ชีวิตในเมืองหลวง...ฉันเริ่มออกหางาน
และได้งานที่บริษัทแห่งหนึ่งแถวท่าน้ำนนท์...ในตำแหน่ง Creative
แต่ว่า...มีความสุข,สนุกได้ไม่นาน...แค่ 3 เดือนเท่านั้น
บริษัทก็ประกาศปิดกิจการ...

ฉันเสียใจมาก...แต่ยังไม่ท้อ...ออกหางานต่อไปเรื่อยๆ
มีสัมภาษณ์งานก็บ่อย...แต่เคราะห์ร้ายฉันดันไปสดุดกับโฆษณาประกาศรับสมัคร Creative จากหนังสือหางานเล่มหนึ่ง
ฉันไปสมัครและสัมภาษณ์เลย...เขารับฉันทำงานในตำแหน่ง Creative
แต่ว่า...ฉันคงยังอยู่ในช่วงศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกกระมัง
ทำงานได้จะครบเดือนอยู่แล้ว...ก็ต้องละเห็จออกจากบริษัท...เพราะเขาไม่จ่ายเงินเดือน

คราวนี้ฉันท้อมาก...แต่ก็ยังไม่หมดกำลังใจหรอกนะ
ยังออกหางานต่อไปเรื่อยๆ...โชคดีที่ได้มีบริษัทแห่งหนึ่งเค้าเรียกฉันไปสัมภาษณ์
บริษัทที่นั่นมั่นคงนะ...งานก็ไม่ได้ยุ่งยากจนทำให้ฉันเหนื่อยหรือลำบากใจ
เพียงแต่...ฉันไม่ชอบ Head ...
และด้วยอารมณ์ของเด็กเพิ่งจบ...ฉันเลยแสวงหาความสบายใจ
ทั้งตัวเพื่อนร่วมงาน...งาน...และเงิน
ฉันเลยออก...ออกแบบเหี้ยด้วยล่ะ
คือพอได้เงินเดือนฉันก็ออกเลย...ไม่ไปทำงานที่นั่นเลย

โชคดีอีกแหละ...ที่ฉันดันไปรู้จักกับพี่คนหนึ่งซึ่งเป็นหุ้นส่วนของบริษัทเกี่ยวกับอาร์คิเต็ค
พี่คนนั้นเลยแนะนำฉันให้รู้จักกับพี่อีกคน ซึ่งกำลังจะเปิดretail shop เกี่ยวกับของที่มี Design
พี่คนที่ฉันรู้จักหยิบยื่นตำแหน่ง Brand Manager ให้กับฉัน
อารมณ์เด็กจบใหม่...ที่ละโมภ
ฉันตอบตกลง...และไปทำงาน...

ตอนแรกที่ทำที่นี่...ฉันต้องเรียนรู้งานที่บริษัทของพี่ที่ฉันรู้จักก่อนซึ่งอยู่แถวชิดลม
ฉัรรู้สึกว่า Brand Manager ช่างง่ายดายจริงๆ รู้สึกหมู เพราะที่ฉันทำมันไม่มีเนื้อหางานอะไรมาก
ฉันแค่ดูแบรนด์ ควบคุม และติดต่อประสานงานบ้าง
แต่พอทำได้เดือนนึงก็ต้องย้าย...ไปทำที่ปากน้ำซึ่งเป็นที่ที่ Shop จะเปิด
ซึ่งพอไปทำที่ปากน้ำได้แค่ 1 อาทิตย์ กอปรกับได้คุยกับเจ้านายฉันรู้เลยว่า
ฉันยังโตไม่พอ...ฉันยังไม่มีวุฒิภาวะที่จะทำงานที่นี่ได้
อีกอย่างข้อตกลงการทำงานในตอนแรก(ก่อนย้ายมาทำที่ปากน้ำ)กับข้อตกลงในตอนหลัง
มันไม่เหมือนกัน...สโคบงานที่ฉันรับและดูแลมันใหญ่เกินคนเล็กจ้อยอย่างฉันจะทำได้

รวมกับความรู้สึกของเด็กจบใหม่ (ซึ่งมันตามมาหลอกหลอนฉันอยู่เสมอว่า ทำไมฉันต้องรับผิดชอบอะไรเยอะแยะขนาดนี้ด้วย) มันทำให้ฉันกลัวว่าจะทำงานได้ไม่ดี ไม่ Success อย่างที่คุณเจ้านายของฉันหวังจะให้มันเป็น

ฉันเลยหนีงาน...ฉันตัดสินใจว่าจะออก
แต่ว่าฉันก็ได้คุยกับพี่ที่ฉันรู้จัก...แกได้แนะนำและให้คำปรึกษาแก่ฉันว่า
"คนเรา...หากกลัวที่จะทำ งานที่หวังก็จะไม่เป็นผล
แต่ถ้าลองได้เปลี่ยนความกลัวให้เป็นความท้าทาย
งานที่ฉันจะทำก็จะกลายเป็นเหมือนของสนุก
เหมือนกับเวลาเล่นเกม...ถ้าผ่านด่านไม่ได้ แทนที่เราจะหยุดเล่น
เรากลับเล่นมันซ้ำ..พยายามทุกวิถีทางเพื่อจะผ่านด่านนั้น"

เพียงแค่นี้...ฉันเลยเปลี่ยนใจ...
กลับมาขอทำงาน+ขอโทษเจ้านาย
ซึ่งเจ้านายฉันเค้าก็ใจดียอมให้ฉันกลับมาทำงานได้

แต่ว่า"คนเราถ้าความรู้สึกมันเสียไปแล้ว มันก็อยากจะกลับมาดีเหมือนเดิมได้"

ทั้งฉันและทั้งเจ้านายก็เลยเหมือนมีม่านหมอกหนาๆมาบังเราสองคนไว้
แต่ก็ใช่ว่าฉันจะหนีอีกนะ...ฉันที่งานที่นี่ด้วยหัวใจของคนอยากทำงานได้เดือนครึ่ง
คือฉันพยายามที่จะปรับทัศนคติต่างๆเพื่อที่จะทำงานที่นี่ให้ได้
แต่คือ...

ด้วยความที่เป็นคนอดทนต่ำ...และ...
ฉันเหนื่อยกับการเดินทาง...จากท่าน้ำนนท์มาปากน้ำตั้งแต่วันจันทร์ถึงเสาร์
ฉันเลยตัดสินใจ...ที่จะออก

ฉันโทรกลับบ้าน...(หลังจากที่หยิ่งผยองมานานว่าจะเป็นคนที่เพอร์เฟคให้พ่อและแม่ได้ชื่นชม)
ฉันบอกพ่อว่าจะกลับ...พ่อไม่ว่าอะไร พร้อมกับบอกให้ฉันกลับมาหาท่านทั้ง 2 คน

เพียงเท่านี้...พอฉันรู้ว่ามีที่ให้ฉันอยู่
2 อาทิตย์ที่เหลือจนกว่าจะสิ้นเดือน ฉันเลยทำงานแบบขอไปที
ไม่ได้ตั้งใจมาก...แต่ฉันก็ทำนะ


ทั้งๆที่ในใจบอกฉันว่า...ฉันจะได้กลับบ้านแล้ว






ในที่สุดโชคก็เข้ามาหาฉัน....
โพสต์ทูเดย์เรียกฉันไปสัมภาษณ์งาน ตำแหน่ง Design and Co-ordinate
หลังจากที่เคยสัมภาษณ์ฉันมาแล้วตั้งแต่เดือนสิงหา

วันที่สัมภาษณ์...สัมภาษณ์เพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น
หลังจากนั้นเป็นการทดสอบ








ฉันทดสอบผ่าน...
ที่นั่นรับฉันเข้าทำงานแล้ว..